การขยายพันธุ์โดยการปักชำ
การขยายพันธุ์โดยการปักชำส่วนต่างๆ ของลำต้นทำได้สำเร็จเพราะพืชมีความสามารถที่จะสร้างส่วนที่ขาดนั้นขึ้นมาเพื่อให้ได้ต้นใหม่ คือ พืชต้นหนึ่งประกอบด้วยต้นและราก เราสามารถตัดกิ่งมาชำแล้วได้รากใหม่ ถ้าตัดรากไปชำ ตาที่ท่อนรากสามารถเกิดเป็นต้นใหม่ หรือเมื่อตัดใบมาชำ สามารถได้ทั้งต้นและรากใหม่ แต่ทั้งนี้พืชมีความสามารถในการสร้างส่วนที่ขาดมาทดแทนได้ต่างกัน พืชบางชนิดเท่านั้นที่สามารถขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่ง เช่น เฟื่องฟ้าปักชำกิ่งแก่ได้ต้นใหม่ในเวลาไม่นานนัก แต่เฟื่องฟ้าชำใบไม่ได้ ในขณะที่ไม้ดอกหลายชนิดสามารถเกิดต้นใหม่โดยการชำใบ เช่น แอฟริกัน ไวโอเล็ต กล็อกซีเนีย การรู้จักชนิดของพืชและวิธีเฉพาะในการขยายพันธุ์พืชนั้นๆ จึงมีประโยชน์มาก
1. การปักชำกิ่ง คือ การตัดกิ่งออกเป็นท่อนๆ แล้วนำไปชำกิ่งที่ใช้แบ่งออกได้ตามความแก่อ่อนของเนื้อไม้ ดังนี้
การปักชำกิ่งแก่ กิ่งแก่คือ กิ่งที่มีอายุ 1 ปีขึ้นไป เนื้อไม้มีสีนํ้าตาลและไม่มีใบติด ถ้าหักดูจะรู้สึกถึงความแข็งของเนื้อไม้ นำกิ่งแก่มาตัดเป็นท่อนๆ ท่อนหนึ่งยาวประมาณ 1 คืบ แล้วนำไปปักชำ เอาโคนปักลงในวัสดุปักชำ ตัวอย่างพืชที่ปักชำกิ่งแก่ได้ คือ โพธิ์แดง เทียนหยด ไผ่ กุหลาบที่ใช้ทำต้นตอ เฟื่องฟ้า
การปักชำกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อน ได้แก่ กิ่งที่เจริญมาแล้ว 1 ฤดู มีสีเขียวอมน้ำตาล มีใบติด ตัวอย่างเช่น ชบา เฟื่องฟ้า มะลิ หูกระต่าย หูปลาช่อน เล็บครุฑ โกสนบางพันธุ์
การปักชำกิ่งอ่อน ได้แก่กิ่งยอดที่เพิ่งแตกมาใหม่ มีสีเขียวอ่อน เนื้อไม้ยังอ่อนอยู่มีใบติดมาก เช่น กุหลาบ ซองออฟจาไมกา (ไม้ใบ)
การปักชำกิ่งยอดของไม้พุ่มเนื้ออ่อน คือ การตัดยอดยาวประมาณ 3-5 นิ้ว มาปักชำ เอาใบล่างๆ ออกเสียบ้าง ตัวอย่างไม้พุ่มเนื้ออ่อนได้แก่ เบญจมาศ ไฮเดรนเยีย คาร์เนชั่น เจอเรเนียม ฤาษีผสม รักเร่ ลั่นทม
2. การปักชำใบ มีหลายแบบ
-การปักชำแผ่นใบ โดยการนำแผ่นใบมาตัดเป็นท่อน หรือเป็นชิ้นๆ แล้วนำไปชำ เช่น ว่านหางจระเข้ บีโกเนีย
-การปักชำแผ่นใบติดก้านใบ นำทั้งใบและก้านแล้วปักโคนก้านใบลงในวัสดุปักชำ เช่น แอฟริกันไวโอเล็ต เพเพอโรเมีย กล๊อกซีเนีย เอพีเซีย
-การปักชำใบติดตา นำใบติดก้านใบ และเฉือนตาที่อยู่โคนก้านใบติดมาด้วย วิธีนี้ใช้กับพืชที่สามารถออกราก แต่ไม่สามารถเกิดต้นใหม่ จึงเอาตาติดไปด้วยเพื่อให้ตาเจริญเป็นต้น เช่น ยางอินเดีย เบญจมาศ
-การปักชำโดยการกรีดเส้นใบ ใช้มีดกรีดเส้นกลางใบให้ขาดเป็นช่วงๆ แล้ววางแผ่นใบให้แนบสนิทกับวัสดุปักชำให้ได้รับความชื้นเสมอ หรือใช้ไม้เล็กๆ ตรึงใบให้แนบกับเครื่องปลูก วิธีนี้ได้หลายต้นจากใบเดียว ต้นใหม่จะเกิดขึ้นตรงรอยตัดของเส้นกลางใบ เช่น บีโกเนีย
3. การปักชำราก เป็นวิธีที่ใช้ได้แต่ไม่เป็นที่นิยม เพราะพืชที่ขยายพันธุ์ได้ด้วยวิธีนี้สามารถใช้วิธีปักชำกิ่งหรือตอนกิ่งได้ด้วย และทำได้สะดวกกว่าได้ต้นใหม่เร็วกว่า การปักชำรากต้องขุดเอารากมาตัดเป็นท่อน ๆ วางชิ้นรากในแนวนอนกับเครื่องปลูกประมาณ 2 เดือน จะได้ต้นใหม่เกิดขึ้นนำไปปลูกได้ ตัวอย่างเช่น สายรุ้ง เข็ม ฟลอกซ์ สแตทิส
วัสดุที่ใช้ปักชำควรโปร่ง แต่เก็บความชื้นได้ดี เช่น ทรายและขี้เถ้าแกลบเก่าๆ อย่างละเท่าๆ กัน คลุกให้เข้ากันดีแล้วรักษาความชื้นให้สม่ำเสมอจนกว่าจะออกราก
ที่มา http://www.thaikasetsart.com
ดอกไม้ออนไลน์ เป็นก่ารนำเสนอดอกไม้ประเภทต้่าง ๆ ที่มีทั้งดอกไม้ไว้บูชา เช่น ดอกบัวหลวง ดอกดาวเรือง ดอกกุหลาบ ดอกไม้เพื่อตกแต่งประดับแจกัน
22 พฤศจิกายน, 2560
การปลูกดอกไม้
การปลูกดอกบานไม่รู้โรย
การปลูกการเพาะเมล็ด
เป็นวิธีง่ายและสะดวกที่สุด เมล็ดบานไม่รู้โรย มีเปลือกหุ้มหนา ดังนั้นก่อนเพาะควรแช่น้ำประมาณ 3-4 ชั่วโมง เพื่อให้ เปลือกหุ้มเมล็ดดูดน้ำจนชุ่มเสียก่อน แล้วจึงนำไปเพาะในกระบะเพาะ ที่มีเถ้าแกลบผสมทรายอัตราส่วน 4 : 1 รดน้ำ
พอชุ่มทุกวันเมล็ด จะงอกภายใน 7-10 วัน พอกล้าเริ่มมีใบจริง 1-2 คู่ ก็ย้ายไปปลูกในแปลง ระยะปลูก
ใช้ระยะ 30 x 30 เซนติเมตร หรือ 40 x 40 เซนติเมตร โดยปลูกหลุมละ 1 ต้น
การดูแลรักษา
การให้ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 10 กรัม/ต้น เดือนละครั้ง โดยครั้งแรกใส่หลังจากย้ายมาปลูกในแปลงประมาณ 1 สัปดาห์
การให้น้ำ บานไม่รู้โรยทนแล้งได้ดี สามารถให้น้ำสัปดาห์ละครั้งหรือถ้าปลูกในดินทรายควรให้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งเวลาที่เหมาะสม
ในการให้น้ำคือ เวลาในช่วงเช้าเพื่อลดการระบาดของเชื้อรา
การเด็ดยอด เพื่อให้บานไม่รู้โรยแตกกิ่งก้านจำนวนมาก จึงมีการเด็ดยอดเมื่อต้นมีความสูงประมาณ 8-10 นิ้ว ยอดที่เด็ดออกควรยาว
ประมาณ 0.5-1 นิ้ว การแตกกิ่งก้านมากจะเป็นการเพิ่มปริมาณดอกมากขึ้นด้วย
ที่มา http://www.trgreen.co.th/index.php?lay=show&ac=article&Id=539573172&Ntype=6
การปลูกการเพาะเมล็ด
เป็นวิธีง่ายและสะดวกที่สุด เมล็ดบานไม่รู้โรย มีเปลือกหุ้มหนา ดังนั้นก่อนเพาะควรแช่น้ำประมาณ 3-4 ชั่วโมง เพื่อให้ เปลือกหุ้มเมล็ดดูดน้ำจนชุ่มเสียก่อน แล้วจึงนำไปเพาะในกระบะเพาะ ที่มีเถ้าแกลบผสมทรายอัตราส่วน 4 : 1 รดน้ำ
พอชุ่มทุกวันเมล็ด จะงอกภายใน 7-10 วัน พอกล้าเริ่มมีใบจริง 1-2 คู่ ก็ย้ายไปปลูกในแปลง ระยะปลูก
ใช้ระยะ 30 x 30 เซนติเมตร หรือ 40 x 40 เซนติเมตร โดยปลูกหลุมละ 1 ต้น
การดูแลรักษา
การให้ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 10 กรัม/ต้น เดือนละครั้ง โดยครั้งแรกใส่หลังจากย้ายมาปลูกในแปลงประมาณ 1 สัปดาห์
การให้น้ำ บานไม่รู้โรยทนแล้งได้ดี สามารถให้น้ำสัปดาห์ละครั้งหรือถ้าปลูกในดินทรายควรให้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งเวลาที่เหมาะสม
ในการให้น้ำคือ เวลาในช่วงเช้าเพื่อลดการระบาดของเชื้อรา
การเด็ดยอด เพื่อให้บานไม่รู้โรยแตกกิ่งก้านจำนวนมาก จึงมีการเด็ดยอดเมื่อต้นมีความสูงประมาณ 8-10 นิ้ว ยอดที่เด็ดออกควรยาว
ประมาณ 0.5-1 นิ้ว การแตกกิ่งก้านมากจะเป็นการเพิ่มปริมาณดอกมากขึ้นด้วย
ที่มา http://www.trgreen.co.th/index.php?lay=show&ac=article&Id=539573172&Ntype=6
จักสานใบมะพร้าว
วิธีการสานหมวกจากใบมะพร้าว
การเตรียมใบมะพร้าว
๑. ตัดทางมะพร้าวมาแล้วนำทางมะพร้าวมาผ่าเป็น ๒ ซีก
๒. เหลาให้บางโดยจับทวนใบที่ปลายทางมะพร้าวเหลาออกไปทางโคนเพื่อให้ขดเป็นวงกลมได้ หากลองขดแล้วยังแข็งก็เหลาเพิ่มให้บางจนขดเป็นวงกลมได้
๓. ขดทางมะพร้าวให้เป็นวงกลมโดยให้ใบมะพร้าวบานออกด้านนอก กะให้พอดีกับวงศีรษะ หากวงใหญ่เกินไปให้ตัดทางมะพร้าวส่วนที่เกินออก
๔. ใช้เชือกผูกปลายมะพร้าวทั้ง ๒ ข้าง ที่ขดเข้าหากันให้แน่น
วิธีการสานหมวกจากใบมะพร้าว
ขั้นตอนที่ ๑ การสานปีกหมวก
๑. หลังจากได้ฐานหมวกแล้วต่อจากนั้นจับใบมะพร้าวใบใดก็ได้ขึ้นมา ๑ ใบ สานกับใบมะพร้าวถัดไป ๓ ใบ โดยให้ลงใต้เส้นที่ ๑ สานขึ้นทับเส้นที่ ๒ สานลงเส้นที่ ๓ หรือตามจังหวะลงล่าง ขึ้นบนและลงล่าง
๒. จับปลายไว้ตรงกลางด้านในวงกลมหยิบเส้นถัดมาสานลงล่าง ขึ้นบน และลงล่าง เมื่อสานใบมะพร้าวเส้นที่เหลือเสร็จแล้ว ดึงให้แน่นชิดกันโดยเอาก้านมะพร้าวไว้ริมนอกเสมอเพื่อไม่ให้ใบมะพร้าวบิด
ขั้นตอนที่ ๒ การสานตัวหมวก
๑. เริ่มจากจับปลายใบมะพร้าวทีละใบ เหลือทิ้งไว้ ๕ ใบ รวมใบที่เหลือทั้งหมดไว้ด้วยกันแล้วมัดด้วยเชือกไม่ต้องแน่นมาก
๒. หยิบใบแรกจากใบที่เหลือจากทั้ง ๕ ใบ ไปด้านหลังเพื่อสานกับ ๓ ใบแรกที่อยู่ด้านตรงข้าม ตามจังหวะลงล่าง ขึ้นบน และลงล่าง
๓. มัดปลายใบไว้หลวม ๆ ยึดไว้กับชายปีกหมวกจากนั้นหยิบใบถัดมาอ้อมไปด้านหลัง ไปสานกับ ๓ ใบถัดมาที่อยู่ด้านตรงข้ามตามจังหวะลงล่าง ขึ้นบน และลงล่าง
๔. ปล่อยปลายใบไว้ทำจนหมดใบของกลุ่มที่ไม่ได้มัดจากนั้นจึงหยิบใบแรกของกลุ่มที่มัดไว้ออกมาไม่ต้องแก้เชือกอ้อมไปสานด้านตรงข้ามในลายถัดไปตามจังหวะลงล่าง ขึ้นบน และลงล่าง เช่นกันจนถึงใบสุดท้ายซึ่งจะชิดกันใบแรกที่ผูกไว้แล้ว จึงแก้ใบมะพร้าวที่ผูกไว้ออก เป็นอันเสร็จขั้นตอนการสานตัวหมวก
ขั้นตอนที่ ๓ ดึงให้เข้ารูป
- เมื่อสานหัวหมวกครบแล้ว ให้เริ่มดึงปลายมะพร้าวทีละใบจนได้รูปทรงตามที่ต้องการ
ขั้นตอนที่ ๔ การเก็บชายหมวก
- เมื่อดึงให้เข้ารูปเสร็จแล้วอาจปล่อยปลายใบมะพร้าว ไว้เป็นชายปีกหมวกหรือจะตัดปลายใบพอประมาณแล้วสอดเก็บไปตามแนวชายปีกหมวกจนครบทุกใบ
นอกจากการนำใบมะพร้าวมาสานทำเป็นหมวกแล้ว ยังสามารถนำมาสานทำเป็นอย่างอื่นได้ อาทิเช่น
โคมไฟใบมะพร้าว
ที่มา http://www.lukhamhan.ac.th/course/blog/5657
ที่มา https://www.google.co.th/search?
ดอกไม้ร้อยมาลัย
ดอกไม้ ใบไม้สำหรับร้อยมาลัย
ดอกไม้ที่ใช้ร้อยทั้งดอก ได้แก่ พุดตูม มะลิตูม พุทธชาด กล้วยไม้ ดอกรัก กะเม็ง เขี้ยวกระแต แพงพวยฝรั่ง ชบาหนู ประทัด ฯลฯ
ดอกไม้ที่ใช้กลีบร้อย ได้แก่ กุหลาบ บานบุรี ดอกรัก ดอกไม้ที่ใช้วิธีกรอง คือ นำดอกไม้มาเฉือนให้เท่ากันแล้วร้อย ได้แก่ บานไม่รู้โรย พิกุล กล้วยไม้ ใบไม้ที่ใช้ร้อยมาลัย ได้แก่ ใบมะยม ใบแก้ว ใบกระบือ ใบโกสน ใบชบาด่าง ใบตองอ่อน กาบพลับพลึง ใบก้ามปู ใบขี้เหล็ก ฯลฯ
อุปกรณ์ และวิธีการดูเเลรักษา
- เข็มร้อยมาลัย เป็นเข็มยาวประมาณหนึ่งฟุต ทำจากเหล็กปลอดสนิม ใช้แล้วควรล้างให้สะอาด เช็ดให้แห้ง ทาด้วยน้ำมันวาสลิน ห่อกระดาษไขแก้ว เพื่อไม่ให้เข็มเป็นสนิม
- คีม ใช้สำหรับยึดเข็มร้อยมาลัยขณะรูดตัวมาลัยใส่ในด้าย การดูแลรักษาคือ เช็ดให้แห้ง ไม่ควรให้ถูกน้ำ เพราะทำให้เป็นสนิม
- เครื่องฉีดน้ำ สำหรับพรมน้ำบนดอกไม้ใบไม้ที่ใช้ร้อยมาลัย ใช้แล้ว ควรเทน้ำออก เช็ดให้แห้ง เพื่อไม่ให้เป็นตะไคร่น้ำ
- น้ำมันวาสลิน สำหรับหล่อลื่นเข็มร้อยมาลัย ใช้แล้วควรปิดฝา ให้สนิท เก็บในที่แห้ง เพราะจะทำให้ไม่ละลายและใช้ได้นานที่มา http://pirun.ku.ac.th/~b5310102841/page3.html (เนื้อหา)
ที่มา https://www.google.co.th/search (รูปภาพ)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
การขยายพันธ์ไม้ดอก
การขยายพันธุ์โดยการปักชำ การขยายพันธุ์โดยการปักชำส่วนต่างๆ ของลำต้นทำได้สำเร็จเพราะพืชมีความสามารถที่จะสร้างส่วนที่ขาดนั้นขึ้นมาเพื่อให้ได...
-
การปลูกดอกบานไม่รู้โรย การปลูกการเพาะเมล็ด เป็นวิธีง่ายและสะดวกที่สุด เมล็ดบานไม่รู้โรย มีเปลือกหุ้มหนา ดังนั้นก่อนเพาะควรแช่น้ำประมาณ 3-4...
-
วิธีการสานหมวกจากใบมะพร้าว การเตรียมใบมะพร้าว ๑. ตัดทางมะพร้าวมาแล้วนำทางมะพร้าวมาผ่าเป็น ๒ ซีก ๒. เหลาให้บางโดยจับทวนใบที่ปลายทางมะพร้า...


